สุขภาพดีไม่มีขาย   ถ้าอยากได้  ต้องออกกำลังกาย   ชมภาพ ทันข่าว ทุกเรื่องราวงานวิ่ง ต้อง PATRUNNING.COM  
 
  Links Web วิ่ง    Sports Vision | Amazing Field | Championchip | Contact Us
© ออกแบบและจัดทำโดย นายเกียรติศักดิ์ แหล่งอุดมสุข (น้า PAT) webmaster@patrunning.com
แก้ปัญหาคอมพิวเตอร์
กลุ่มอาการเสียของคอมพิวเตอร์
 
       ลักษณะอาการเสียของเครื่องคอมพิวเตอร์     เราสามารถแบ่งได้เป็น 5 กลุ่มอาการ   ดังนั้นในการตรวจหาสาเหตุของอาการเสีย    ก็ให้ดูว่าเป็นอาการเสียที่อยู่ในกลุ่มใดดังนี้
       1. ตรวจสอบอาการเสียของเครื่องจากเสียง Beep Code                                                      ทุก ๆ ครั้งที่คุณเปิดใช้งานเครื่องครั้งแรก   ก็จะได้ยินเสียง ปี๊ป ดังสั้น ๆ 1 ครั้ง   แล้วเครื่องก็จะทำงานต่อตามปกติ   แต่ถ้าเมื่อไรที่คุณได้ยินสียงมากกว่า 1 ครั้ง   หรือมีเสียงดังยาว ๆ จากนั้นเครื่องก็หยุดนิ่ง   ก็ทำใจไว้ได้เลยว่าเครื่องของคุณมีปัญหาแล้ว   เมื่อคุณเจออาการแบบนี้ให้รีบปิดเครื่องทันที   เพราะตราบใดที่เครื่องยังไม่ได้รับการแก้ไข   ก็จะไม่สามารถใช้งานเครื่องได้จนกว่าจะแก้ปัญหาเสียก่อน  เสียงปี๊ปที่เราได้ยินนี้จะถูกเรียกว่า Beep Code   ซึ่งจะมีจำนวนครั้งไม่เท่ากัน และมีเสียงดังสั้นบ้างยาวบ้าง  ลักษณะของเสียงที่แตกต่างกันนี้เองที่บอกเราว่า   อุปกรณ์ชิ้นไหนมีปัญหา ดังนั้นถ้าเจอปัญหาลักษณะนี้ก็ต้องลองฟังให้ดีว่า  ดังกี่ครั้ง สั้นยาวแบบไหน   แล้วนำไปเทียบดูในตารางไบอสตามยี่ห้อของไบออส   เพื่อจะรุ้ว่าอะไรคือต้นเหตุ แล้วจะได้หาทงแก้ไขต่อไป
       2. ตรวจสอบอาการเสียของเครื่องโดยดูจากข้อความที่แจ้งบนหน้าจอ                                                    การแจ้งปัญหาหรือความผิดปกติที่เครื่องตรวจพบด้วยข้อความบนหน้าจอ   ซึ่งเราเรียกว่า Message Error   นับป็นการแจ้งปัญหาอีกแบบหนึ่งที่มีประโยชน์   เพราะเราสามรถรู้ปัญหาได้ทันทีว่าอุปกรณ์ตัวไหนทำงานผิดปกติ   หรือไม่ก็รู้ว่าการทำงานส่วนใดมีปัญหา   ซึ่งจะนำไปสู่แนวทางในการแก้ปัญหาที่ง่ายขึ้น   ตัวอย่างของข้อความที่ปรากฎให้เห็นบนหน้าจอบ่อย ๆ อย่างเช่น  CMOS checksum Error ,   CMOS BATTERY State Low,       HDD - Controller Failure,   Diskplay switch not proper   ดังนั้นถ้าคุณพบว่าเครื่องได้แจ้งปัญหาให้ทราบก็ให้รับหาทางแก้ไขโดยด่วน   แต่ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้ก็ให้จดข้อความบนหน้าจอไว้  เพื่อเอาไว้สอบถามผู้ที่สามารถให้คำแนะนำได้หรือเอาไวให้ช่างที่ร้านซ่อมดูก็ได้   เพื่อให้การตรวจซ่อมทำได้เร็วขึ้น
       3. ตรวจสอบอาการเสียโดยดูจากความผิดปกติของเครื่องที่สามารถสังเกตุ                                        วิธีนี้คงต้องใช้ทักษะ ความรู้  และความชำนาญมากกว่า 2 แบบแรก   เพราะจะเป็นอาการที่เครื่องไม่ได้มีอะไรแจ้งให้เราทราบเลยว่าอุปกรณ์ชิ้นไหนมีปัญหาหรือเสียหาย   มีแต่ความผิดปกติที่เราสามารถสังเกตุได้ทางกายภาพ   อย่างเช่น เปิดสวิตซ์แล้วไฟไม่ติด ,   เสียบปลั๊กแล้วเครื่องก็เปิดทันที ,   เปิดใช้เครื่องได้ไม่ถึง 5 นาที ระบบก็ล่ม เป็นต้น   จะเห็นว่าอาการดังกล่าวนี้เครื่องไม่ได้แจ้งอะไรให้เราทราบเลยนอกจากอาการผิดปกติที่เรารับรู้ได้    ดังนั้นในการแก้ปัญหาในลักษณะนี้จึงจะต้องอาศัยผู้ที่มีประสบการณ์หรือช่างผู้ชำนาญ   จึงจะสามารถวิเคราะห์ตรวบสอบ และทำการซ่อมแซมแก้ปัญหาได้
       4. ตรวจสอบอาการเสียที่เราสามารถระบุอุปกรณ์ได้เลย                                                                   ปัญหาแบบนี้จะเป็นกับอุปกรณ์ที่เราใช้อยู่เป็นประจำแต่ถ้าอยู่ ๆ ไม่สามารถทำงาน    หรือทำงานได้ไม่ดี เราก็รู้ได้ทันทีว่าอะไรเสีย อย่างเช่น   ไดรว์ซีดีรอมไม่ทำงาน ภาพบนจอสั่นหรือกระพริบ ไดรว์ A ไม่ยอมอ่านแผ่น เป็นต้น   จะเห็นว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากความผิดปกติของอุปกรณ์ชิ้นนั้น ๆ โดยตรง   การตรวจสอบหรือตรวจเช็คจึงทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยากเหมือน 3 แบบที่ผ่านมา
       5. ตรวจสอบอาการเสียที่เกิดจากการอัพเกรดอุปกรณ์ ไปจนถึงการปรับแต่งเครื่อง                         สิ่งที่ทำให้เครื่องเกิดปัญหาอีกอย่างก็คือ    การเพิ่มเติม ปรับเปลี่ยนหรือปรับแต่งอุปกรณ์บางตัว ก็ทำไห้เกิดปัญหาได้อีกเหมือนกัน เช่น อัพเกรดแรมแล้วเครื่องแฮงค์    Overclock ซีพียูจนไหม้ , ปรับ BOIS แล้วเครื่องรวน เป็นต้น   จะเห็นว่าในสภาพเครื่องก่อนกระทำใด ๆ ยังทำงานได้ปกติอยู่ แต่หลังจากที่มีการอัพเกรดหรือปรับแต่งเครื่องแล้ว   ก็มีปัญหาตามมาทันที
Keyboard Tip

                Ctrl+y
  ไปข้างหน้ากรณีที่ย้อนกลับมา
                Ctrl+z
  ย้อนกลับสิ่งที่เคยทำ (Undo)
                Ctrl+d
  Bookmark เว็บที่เข้าอัตโนมัติ
              คลิกขวา+s
      Save รูปในหน้าทั้งหมด
                Ctrl+a
   Highlight ข้อความทั้งหมด
                Ctrl+c
Copy ข้อความที่ Highlight ไว้
                Ctrl+v
      วางสิ่งที่ได้ Copy ไว้
                Ctrl+s
        Save งานที่ทำอยู่
               Ctrl+Tab
สับเปลี่ยนเอกสารที่เปิดอยู่ไปมา