คลีนิครักษาการบาดเจ็บจากกีฬา
 โทร 02 289 3322 , 081 857 9611
 เวลาทำการ 17.30 -20.30 น.
 หยุด ศุกร์ , อาทิตย์
 
 
 บาดเจ็บเมื่อใด รักษาทันที รักษาให้ถูกวิธี จะหายสนิท ฟิตคืนได้ดังใจ
 
  รักษาโดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสพการณ์ จากการรักษา นักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันซีเกมส์,เอเชี่ยนเกมส์,และโอลิมปิคเกมส์
 
             การบาดเจ็บเป็นสิ่งที่นักวิ่งทุกคนกลัวกันนักหนา เนื่องจากว่านักวิ่งทุกคนมีความสุขจากกการวิ่ง
 หากการบาดเจ็บจากการวิ่งทำให้ท่านต้องหยุดวิ่งไปอย่างน้อยก็ชั่วคราวคงทำให้ท่านต้อง อารมณ์หงุดหงิด
 ไม่ผ่องแผ้วเหมือนเดิม
          หากท่านนักวิ่งมีอาการบาดเจ็บจากการวิ่งและมีอาการต่าง ๆ เช่น เอ็นร้อยหวาย
 ข้อเท้าอักเสบ เจ็บส้นเท้าและฝ่าเท้า ปวดหัวเข่า ปวดหลังส่วนล่างและสะโพก ปวดขาและน่อง
 เราสามารถช่วยท่านให้หายจากอาการดังกล่าวได้ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์
 จากการรักษานักกีฬาทีมชาติ
             สาเหตุจากการบาดเจ็บนั้นมีสาเหตุใหญ่ ๆ 5 อย่าง คือ
          1. การฝึกมากเกินไป  เป็นสาเหตุใหญ่และพบได้บ่อยที่สุดในกระบวนการที่ทำให้เกิดการ
 บาดเจ็บในนักวิ่ง ซึ่งวิธีง่าย ๆ ที่จะป้องกันก็คือ ใช้ความ เจ็บปวด เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลัง
 มีสิ่งที่ผิดปกติ หากเราหยุดวิ่งแล้วเชื่อฟังร่างกายก็คงหมดปัญหา แต่ที่พบมานักกีฬาวิ่งมักทำเช่นนั้นไม่ได้
 ด้วยเหตุที่ว่าการฝึกมีความสำคัญต่อการวิ่งมาก อาการบาดเจ็บจากการฝึกมากเกินไปมี 3 ระยะ
             ระยะแรก : จะเริ่มด้วยอาการปวดตื้อ ๆ ตามข้อ มัดกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็น ในเวลาออกกำลัง
             ระยะที่สอง : ถ้ายังคงฝึกหนักต่อไปจะเริ่ม ปวดทั้งในระหว่างและหลังการฝึก ถึงขั้นนี้
 ควรที่จะพักหรือเปลี่ยนเป็นออกกำลังกายโดยวิธีอื่น ๆ เช่น ถีบจักรยาน ว่ายน้ำ หากยังมีอาการอาการปวดอยู่
 ต่อไปเกินกว่า 1 สัปดาห์ ควรหาแพทย์เพื่อตรวจดูว่ามีสาเหตุมาจากอะไร อาจจะเป็นนความผิดปกติของชิ้นส่วน
 ร่างกายขาดความยืดหยุ่น กล้ามเนื้อคู่ไม่สัมพันธ์กันในความแข็งแรง
             ระยะที่สาม : หากท่านไม่ทำตามคำแนะนำที่ให้ ฝืนฝึกต่อไปจนถึงขั้นที่ แม้ไม่ทำอะไรก็ปวด
 ถึงขั้นนี้ไม่มีหนทางใดให้เลือก นอกจากว่าหยุดออกกำลังจนกว่าจะหายปวด และคง ไม่สายเกินไปถ้าท่านจะได้พบแพทย์
          2. วิธีการฝึกไม่ถูกต้อง
          2.1 เพิ่มระยะทางเร็วเกินไป  การเพิ่มระยะทางเป็นสิ่งที่ดีในการฝึกซ้อม แต่ก็ควรเพิ่มอย่างค่อยเป็น
 ค่อยไป กล่าวคือไม่ควรกว่าร้อยละ 5 ต่อสัปดาห์
          2.2 เพิ่มความหนักมากไปในเวลาอันรวดเร็ว  ความหนักก็คือ เพิ่มความเร็ว หรือวิ่งขึ้นเนิน
 ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อรับงานมากขึ้น
          2.3 เพิ่มวิธีการฝึกใหม่  เช่น ซ้อมวิ่งขึ้นบันไดหลาย ๆ ร้อยขั้น แทนการวิ่งระยะไกล จะทำให้เจ็บน่อง
 อยู่หลายวัน กล่าวคือแม้เราจะฝึกวิ่งมาดีอย่างไร ถ้านำเทคนิคใหม่มาใช้ในการฝึก จะต้องนึกเสมอว่ากล้ามเนื้อเรา
 เรายังไม่คุ้นเคย ต้องให้เวลากับร่างกายในการปรับตัวด้วย
          3. ความผิดปกติทางโครงสร้างของร่างกาย  ทำให้กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อ เอ็น หรือพังผืดรับแรงกระแทกมากผิดปกติ เช่น
          ฝ่าเท้าแบน  ทำให้เจ็บอุ้งเท้า ข้อเท้า สะโพก และหลังส่วนล่าง
          อุ้งเท้าโค้งสูงไป  ทำให้มีกระดูกร้าวจากแรงเครียดและปวดเข่าด้านนอก
          ขายาวไม่เท่ากัน  ทำให้ปวดสะโพก และหลังส่วนล่าง
          ขาโก่ง  ทำให้ปวดหลังส่วนล่าง
          เข่าชิดกัน ขากางออก  ทำให้ปวดข้อเท้า เข่า และสะโพก
          หลังส่วนล่างแอ่นไปข้างหน้า  ทำให้ปวดหลัง
          ฝ่าเท้าแบน  ทำให้บาดเจ็บต่อข้อเท้า หัวเข่า และสะโพก
          อุ้งเท้าโค้งสูงไป  ทำให้การพลิกตัวของฝ่าเท้าเข้าข้างในทำได้ไม่เต็มที่ผลคือ การเฉลี่ยของน้ำหนักตัวไม่ทั่วถึงแต่จะตกที่ฝ่าเท้า หัวเข่า และ สะโพกด้านข้าง
          4. การขาดความยืดหยุ่น ของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น อันเนื่องมาจากไม่ได้ยืดให้ดี ก่อนและหลังการออกกำลังกาย (การอุ่นเครื่อง และเบาเครื่อง)
            เรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันการบาดเจ็บ ควรทำการเบาเครื่อง หลังออก กำลัง โดยใช้วิธีเดียวกับการอุ่นเครื่องแต่สลับขั้นตอนกัน คือแทนที่จะยืดก่อนวิ่ง ควรจะวิ่งช้า ๆ ให้คลายเหนื่อยก่อนแล้วค่อยยืด
          5. กล้ามเนื้อคู่กันไม่สมดุลในความแข็งแรง เป็นเหตุให้กล้ามเนื้อที่อ่อนแอ ถูกแรงดึงรั้งจากมัดที่แข็งแรงกว่า จนเกิดการฉีกขาด เช่น กล้ามเนื้อขาอ่อนด้านหลังพลิก เป็นต้น
          อวัยะวะที่ทำให้เกิดความเจ็บป่วยของนักวิ่ง มี 4 ชนิดคือ
          1. กล้ามเนื้อ
          2. เส้นเอ็นกล้ามเนื้อและพังผืด
          3. กระดูก
          4. ข้อและกระดูกอ่อน
 ปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ
            กล้ามเนื้อเป็นส่วนทำงานของร่างกาย ซึ่งจะขึงพาดจากกระดูกส่วนหนึ่งไปยังอีกส่วนหนึ่ง โดยมีเส้นเอ็นซึ่งติดอยู่ปลายมัดกล้ามเนื้อเป็นตัวเชื่อม เวลากล้ามเนื้อทำงานมันจะหดตัว ทำให้เราสามารถเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้
            กล้ามเนื้อพลิก เกิดจากความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อคู่กัน บางครั้งอาจเกิดจากการไม่ค่อย ได้อุ่นเครื่อง หรืออุ่นได้ไม่เต็มที่
          ปวดหลังส่วนล่าง  การปวดหลังในนักวิ่ง สามารถจำแนกได้ ดังนี้
                    1. คนที่มีโรคปวดหลังอยู่แล้ว ซึ่งต้องดูสาเหตุของเดิมเป็นราย ๆ ไป
                    2. พวกที่ไม่มีปัญหาปวดหลังมาก่อนเลยแต่มาเริ่มเป็นตอนที่วิ่งอาจมีสาเหตุมา
                        จากเวลาวิ่งกล้ามเนื้อข้างกระดูกสันหลังจะถูกใช้งานมากจึงทำให้ปวดหลัง
                    3. พวกที่ออกกำลังผิดท่า เช่น ยกของหนักจากพื้นด้วยกล้ามเนื้อหลัง คือก้มตัวลงไปยก
                    4. จากสาเหตุอื่นๆ
 
 ปัญหาเกี่ยวกับเส้นเอ็นกล้ามเนื้อและพังผืด
 
            เอ็นเป็นส่วนปลายของกล้ามเนื้อ มีไว้เพื่อไปยึดติดกับกระดูก เวลากล้ามเนื้อหด ตัวจะดึงรั้งเอ็น ทำให้มีความตึงเพิ่มขึ้น ปัญหาที่เกิดจากเส้นเอ็น เช่น
          เอ็นร้อยหวายข้อเท้าอักเสบหรือขาด  สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเส้นเอ็นแยกตัวออกจากกระดูกที่มันเกาะ เนื่องจากการหดตัวของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงในทันทีทันใด เช่น นักวิ่งระยะสั้นที่พยายามปั่นขาท้าความเร็ว ทำให้เอ็นร้อยหวายถูกกระชากทันทีทันใด อีกสาเหตุหนึ่งคือ อุบัติเหตุ เช่น เหยียบก้อนหิน วิ่งตกหลุมแล้วเกิดข้อเท้าพลิก อาการ เมื่อเส้นเอ็นฉีกขาดจะมีเสียงดังป๊อบ จากบริเวณที่เส้นเอ็นนั้นอยู่ และจะทำให้บริเวณนั้นบวมและเจ็บไปอีกหลายวัน ในวันที่ 2 บริเวณนั้นจะเขียวคล้ำ
          เอ็นอักเสบ  เป็นปัญหาที่เกิดบ่อยที่สุด เนื่องจากเมื่ออกกำลังไปแล้ว ความเจ็บปวด จะน้อยลงทำให้นักกีฬาที่มีปัญหานี้ไม่ยอมหยุดพักรักษาให้หายก่อน แต่ยังคงออกกำลังซ้ำ ๆ ทำ ให้ไม่หายอักเสบ สาเหตุ เกิดจาก การออกกำลังมากหรือหนักเกินไปทำให้เส้นเอ็นเกิดการบวม อาการ การอักเสบของเอ็นไม่เหมือนกับการอักเสบของเนื้อเยื่ออื่น ๆ ในร่างกายซึ่งปกติเมื่อมีการ อักเสบที่ใดพอให้ทำงานจะพาลยิ่งเจ็บ แต่เอ็นอักเสบไม่เป็นเช่นนั้น จะเจ็บมากที่สุดตอนตื่น นอนและเมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ ก็จะเจ็บน้อยลง เช่น เมื่อวิ่งในตอนแรกก็จะปวด แต่พอวิ่งไปสักระยะหนึ่ง ก็จะหายปวด
          เจ็บส้นเท้าและฝ่าเท้า (รองช้ำ)  นักวิ่งเจ็บส้นเท้าเกิดจากเวลาที่เราวิ่งแต่ละกิโล ส้นเท้าต้องกระแทกพื้นจึงมีโอกาสบาดเจ็ดส้นเท้าได้ง่าย โดยเฉพาะถ้าเราใส่รองเท้าส้นบาง ๆ หรือวิ่งทางไกล บนพื้นแข็ง ๆ และขรุขระอย่างเช่นพื้นถนนที่เราวิ่งกันอยู่ หรือบางทีก็เหยียบไปบนก้อนหิน หรือก้าวพลาดตกหลุม
 
 ปัญหาเกี่ยวกับกระดูก
            กระดูกเป็นโครงสร้างของร่างกาย ที่มีไว้ให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นไปยึดติดแม้จะแข็ง เพียงไร ถ้ามีแรงกระทบมากไปหรือบ่อยไป ก็หักแตกและช้ำได้ กระดูกอาจหัก หรือแตกได้ 2 แบบ คือ
                    1. หักอย่างธรรมดา
                    2. แตกจากแรงเครียด กระดูกจะร้าวเป็นรอยแยก แต่ไม่ถึงขาดออกจากกัน สาเหตุ เกิดจากการ
                        ใช้งานมากเกินไป นักวิ่งหน้าใหม่เป็นโรคนี้ได้ เพราะไม่ให้เวลาแก่ร่างกายได้ทำการปรับ
                        ให้รับความหนักของการวิ่ง ดังนั้นจึงควรเพิ่มการวิ่งช้า ๆ อย่าใจร้อน
 
 ปัญหาเกี่ยวกับข้อและเอ็นยึดข้อ
          ข้อ  คือส่วนยึดต่อของกระดูก 2 อัน ที่มาชนกัน ทำหน้าที่เป็นเหมือนบานพับมีส่วน เคลื่อนไหวที่หุ้มไว้ด้วยวัสดุบาง ๆ แต่แข็งเหนียว
          เอ็นยึดข้อ  เป็นตัวเชื่อมโยงปลายกระดูก 2 อันเข้าด้วยกัน ช่วยยึดมั่นให้กระดูกทั้งสองอยู่ ติดกันตลอดการเคลื่อนไหว การบาดเจ็บของข้อเป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งเคลื่อนไหวความเสียหายยิ่งเพิ่ม และถ้าหากความเจ็บและบวมนานกว่า 24 ชั่วโมง ไม่ควรนิ่งนอนใจควรรีบปรึกษาแพทย์
 
 
 
 โปรโมชั่นพิเศษสำหรับชาว PAT RUNNING
 เพียงท่านแจ้งว่ามาจากเรายินดีมอบส่วนค่ายา 10%
 
   
© ออกแบบและจัดทำโดย นายเกียรติศักดิ์ แหล่งอุดมสุข (น้า PAT) webmaster@patrunning.com